2005/Jul/07

ใครรู้จัก Shakri หรือเคยอ่านนิยายของเธอบางไหม งานของเธอมีตีพิมพ์ออกมานะ เข้าไปอ่านโฆษณาที่ Bolg ของเธอได้ ลำนำแห่งห้วงธารามีหน้าปกของนิยายเธอพร้อมนายแบบสุดหล่อคู่กันอยู่

ที่ขึ้นต้นเรื่องของ Shakri เพราะว่าเธอได้แสดงความคิดเห็นเรื่องของการเขียนนิยายไว้ ผมจะตัดบางส่วนใน Board pocket มาให้อ่านนิด กระทู้ P06303

"คงเพราะคนเขียน ก็คิด และเขียนอย่างจริงจังด้วยมังคะ...ไม่ได้ว่าคนอื่นไม่จริงจนะงเพียงแต่มุมมองที่มีต่อคุณค่าของนิยายและงานวรรณกรรมของเรามันต่างกันก็เท่านั้นเอง เพาะส่วนตัวคิดว่าจะยึดสิ่งนี้หาเลี้ยงชีพด้วย เลยคิดว่าคนเขียนนิยายเขียนแล้วต้องคิดด้วยว่าเมื่อเวลาผ่านไป นิยายที่เราเหลือไว้ มันจะทำอะไรให้คนอื่นๆได้อีกบ้าง...เขียนด้วยความรับผิดชอบ ด้วยสมอง และด้วยใจ อย่าสักแต่ว่าเขียนตามกระแส....คิดอย่างนี้จริงๆนะ - -" เขียนอะไรที่มันเป็นตัวเรา อย่าเขียนในสิ่งที่มันไม่ใช่ คนเรามันฝืนมันหลอกตัวเองได้ไม่นาน และไม่มีทางที่จะได้งานดีหรอก...ดูๆไป เหมือนดูถูกคนอ่านด้วย...ไม่รู้ว่าเราคิดมากไปรึเปล่านะคะ ^^"

"เนื้อหาเจาะกลุ่มคนอ่านค่ะ ^^ ขอแค่รักการอ่าน จะอายุเท่าไหร่ก็อ่านไปเถอะ จะวัยรุ่น หรือวัยรุ่นดึก ถ้าอ่านแล้วมีความสุขกับนิยายของเรา ได้ในสิ่งที่เราต้องการให้ หรือไม่ต้องการให้ แต่เขาค้นเจอเอง แค่นี้เราก็พอใจแล้ว เขียนแล้วก็อยาก "ให้" อะไรคนอ่านมากกว่าความสนุก เพราะคิดเสมอว่านิยายที่ดี ไม่ได้มีค่าแค่เป็นแบบฝึกหัดการสะกดคำหรือแบบฝึกหัดการอ่าน แต่ต้องต่อยอดความคิดคนได้ด้วย(พูดเรื่องหนักๆแฮะ - -") "

เป็นอะไรที่อ่านแล้วต้องกลับมาถามตัวเอง ข้อแรก "คิดและเขียนอย่างจริงจังไหม" ความรู้สึกอ่านครั้งแรกนี้รู้สึกเลยว่ากำลังโดนท้าวเอวชี้นิ้วถาม ด้วยคำถามนี้ละ ตัวเองว่าจริงจังมากเลยนะในการเขียน เขียนด้วยความรู้สึกว่า อยากอ่านเรื่องแบบนี้ จึงเขียนเรื่องแบบนี้ สูงสุดคือมีงานรวมเล่ม คือ อยากให้มีคนยอมรับมันว่าเป็นเรื่องที่สนุก พยายามพัฒนางานของตัวเองเรื่อยมา อ่านแล้วก็รู้สึกว่ามันดีนะ อาจจะเป็นแค่ ภาพลวงตาของความสำเร็จ เวลาเขียนจบในแต่ละตอน

"เวลาผ่านไปนิยายของเราจะเหลืออะไรบ้าง" เป็นอีกคำถามหนึ่งที่อ่านแล้วต้องย้อนมาคิด เรื่องที่เขียนผ่านมาก็เหมือนขั้นบันได้ที่ทำให้ก้าวได้สูงขึ้น ในระดับของตัวเองที่ยังเขียนงานได้ห่วยกว่าเส้นขั้นของคำว่านักเขียนมืออาชีพมากนักยังคงมองไปข้างหน้าว่าจะทำอย่างไรให้สามารถเขียนได้ดีขึ้น ส่วนจะหวังให้งานเขียนของตัวเองอยู่เป็นอมตะ ไม่เคยคิดฝันในตอนนี้ เวลานี้ขอเพียงให้คนอ่านรู้สึกสนุกกับมันได้ผมก็ถือว่าทำหน้าที่เสร็จแล้ว

"ฝืนเขียน เขียนตามกระแส" ฝืนเขียนคงไม่มีใครทนเขียนได้นาน คิดว่าแบบนั้นนะ ยิ่งเขียนตามกระแสยิ่งไปกันใหญ่ เอาว่าข้อนี้สบายใจหน่อยที่สามารถตอบตัวเองว่า ยังมีความเป็นตัวของตัวเองอยู่

"ใครๆก็อ่านนิยายของเราได้เหรอ" คงจะไม่ได้แน่นอน แฮะ ยังไงก็มีกลุ่มเป้าหมายที่เด็กมัธยมถึงมหาวิทยาลัยหรือวัยทำงานที่ยังไม่ลืมเรื่องของวัยรุ่น ให้เด็กกว่านี้หรือผู้ใหญ่มาอ่าน ก็คงไม่สามารถเข้าใจหรือสนุกกับมันได้

"เรื่องของเราให้อะไรกับคนอ่านได้ไหม" ตอนนี้ขอให้แค่อ่านสนุกก็พอ ตัวตนของผมมันแฝงอยู่ในงานอยู่แล้วคนอ่านจะพบหรือไม่พบไม่ใช่เรื่องที่จะจริงจังกับมัน ตอนนี้อยากกำกับอารมณ์คนอ่านมากกว่า

สุดท้ายก็มีกำแพงตกลงมาอีกแล้ว ต้องทุบต้องปีนกันอีกนานกว่าจะไปถึงปลายทาง แม้ว่าผมเขียนนิยายเริ่มต้อนเพราะมองว่าเป็นแบบฝึกหัดสะกดคำ อ่านเพราะเป็นแบบฝึกหัดการอ่าน

2005/Jun/28

Japanese Festival ตามหัวข้อเรียกย่อๆว่าเจปเฟสครั้งที่ห้าหรือส่วนใหญ่เรียกกันว่างานบูม ผ่านไปแล้ว ด้วยความตื้นตั้นใจ ไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรกับเค้าหรอกนะ แต่เพื่อนๆที่คุยกันใน กระท่อมวรรณกรรมได้รางวัลกันมาประกอบด้วย คนทำงานและเด็กมหาวิทยาลัย ที่ชมชอบการ์ตูนกันมาตั้งแต่เด็กจนโต แต่งกันมาได้แล้วก็ได้รางวัลกันจนได้ งานนี้ ฝนทำท่าจะตก อากาศก็ร้อนอบ ขนาดเสื้อยืดยังแทบดิ้นเลยแล้วพวก เลเยอร์ทั้งหลายไม่กลายเป็นเครื่องอบซาวน่าเคลื่อนที่หรืออย่างไร แต่ทุกคนก็ยังยิ้มแย้มกันดี เป็นงานที่มีความสุขอีกวัน งานนี้เช่นเคย ไปเป็นโอตาคุหื่นๆถ่ายรูปเลเยอร์สาวๆมีหลายคนน่ารักจนไม่กล้าไปขอถ่ายรูป เกรงว่าจะโดดข้อหาลุงโรคจิต ก็ได้แต่แจมๆถ่ายกับชาวบ้าน หลายรูปที่ถ่ายมาก็เลยกลายเป็นว่าหาโหลดจากบอร์ดการ์ตูนที่ไหนก็ได้ เศร้าใจจริงๆ

Death Note เรื่องนี้ดังจัง มีการคอสสปรอยกันด้วยสำหรับตัวละครใหม่

เห็นใครบอกว่ามาจาก FFX-2 ผมไม่ได้เล่นเกมส์ด้วยแฮะชุดทำดีมากฮับ

นารุโตะเจอช่วงเที่ยงสามคน

ช่วงเย็นมีกองหนุนเสริมเข้ามา เสื้อผ้าโดดเด่นสีสดใสและดูดีมากทีเดียว

อีกทีมทียกนิ้วให้ เค้าไม่แค่แอ่นเฉยๆแบบที่ผ่านมาเค้าคอสมาแอ่นเลยฮับ สึโก้ย

ดิจิเลดี่ สาวๆน่ารักฮับ ผู้ชายก็เท่ห์น่า หุหุ

HXH ทีมเดียวของงานเลยนะนี่ แสดงว่าความนิยมตกลงนะ

พระอภัยมณีซาก่า ที่สองของงาน ขาประจำที่มาพร้อมกับชุดอลังการงานสร้าง

บรีซ ที่หนึ่งของงาน คิดว่าความสมบูรณ์ต่างๆคงทำให้ชนะใจกรรมการ แต่ละคนอย่างกับตัวละครที่หลุดออกมาจากหนังสือการ์ตูน

ผมไม่ชอบเจ้าชายเทนนิชเลยจริงๆนะ แต่ อาริมิน่ารัก >_<

โรซ่าไมเด็น แปลยังไงไม่รู้ออกมาเป็นเทพีปลากระป๋องโรซ่า ชุดแนวโลลิต้าคงโดนใจหนุ่มหลายคนเชียวละ

(>_<)b

โลลิต้าอีกทีมหนึ่ง แนวโกติกเจอตอนถ่านหมดเลยอดถ่ายมา

ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองแน่นี่คือ ไวยฮาฟ การ์ตูนเก่าหลายปีแล้ว จับเอาไปโฆษณาแอบโนมิไนเซอร์พอไหวเลยนะนี่

สึโมโมะเรนเจอร์แบลคดันกลายเป็นแบลคชีจังไปชะได้ ^ ^

ต่อไปเป็นช่วงของบรีซ เอาถ่ายแบบรวมอาวุธครบมือ จะไปตีกับใครละนี่

คู่นี้สร้างความสับสนกับหลายคนมาก

โฉมหน้าแท้จริงของหัวหน้าหน่วย อะไรกันที่แท้คือพี่เท่ห์นี่เอง

สำหรับเรื่องเบื่องหลังของหัวหน้าหน่วยแต่ละคนที่ได้ราววัลที่หนึ่งกันมา ตามไปอ่านได้ที่ Blog ป้าย่นงานหน้าคงเป็นงาน VBK ได้มีเวลาพักกันอีกยาว


edit @ 2005/06/28 02:32:23

2005/Jun/04

เชื่อเลยว่ามีคนหลงเข้ามาใน Blog นี้แล้วก็ต้องบอกว่านี่มัน บ้าอะไรกันนี้ เนื่องจากอ่านไม่รู้เรื่อง Blog ส่วนตัวมากไปนิด ขออภัยอย่างแรง คิดว่าเป็น Blog นิยายแล้วกัน นะ ถึงแม้ว่าจะดูไม่รู้เรื่องก็เถอะ


ตอนที่แล้วเล่าค้างถึงตอนที่ Yggdrasil ต้องหาคนมารับอำนาจที่เทพธิดาจะมอบให้โดยมีข้อแม้ว่า ต้องเป็นคนที่นำพลังมาใช้เพื่อกันปกป้อง Yggdrasil เริ่มทำการคนหาจากข้อมูลที่อย่างที่มีอยู่ในมือ คำตอบที่ได้คือไม่มี ไม่มีมนุษย์เลยที่มีคุณธรรมจริยธรรมขนาดที่จะตัดสินปัญหาทั้งหมดโดยไม่ใช้ความรุนแรง เทพธิดาผมเงินหัวเราะอย่างสนุกสนาน และจะเลือกคนที่รับพลังของเธอด้วยตนเอง
"อะไรจะยืนยันได้ว่าพลังพวกนั้นจะไม่ถูกนำไปใช้ในการทำลาย" yggdrasil ถามขึ้น
"ไม่มีอะไรยืนยันสักอย่าง ทุกสิ่งล้วนตั้งอยู่ในความไม่แน่นอน"
"นี่คือหลักศาสนา คุณ....หมายว่าพวกเทพธิดาใช้หลักของศาสนาในการตัดสินใจแบบนั้น?"
"เปล่านี่คือความจริง เธอถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเข้าใจเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เหรอ" Yggdrasil โดยย่อนถามกลับ
"รู้สึกจะใช่ ถูกสอนให้มีความเกรงกลัวในบาป และเข้าใจในเรื่องของจริยธรรม คุณธรรม และหลักของศาสนาต่างๆ มีข้อมูลเหล่านี้อยู่มากมาย"
"เธอใช้ข้อมูลเหล่านี่เพื่ออะไรบ้าง" เทพธิดาผมเงินกล่าวถามต่อ Yggdrasil คำนวนอยู่พักใหญ่จึงตอบขึ้น
"ใช้ในการตัดสินคน และการตัดสินใจในการกระทำของตัวเอง"
"เพื่อบอกว่าการทำแบบที่หนึ่งถูกต้องกว่าแบบที่สอง แต่ความไม่แน่นอนก็บอกไม่ใช่เหรอว่าแบบที่หนึ่งใช้จะถูกต้องเสมอไป"
"คุณกำลังบอกอะไร"
"กำลังจะถามเธอว่าถ้าแบบที่หนึ่งเกิดความผิดพลาดขึ้นมาแล้ว เธอยังจะใช้วิธีที่หนึ่งในการแก้ปัญหาอีกหรือไม่" เทพธิดา กล่าวด้วยความจริงจัง
"ต้องแก้ไขข้อผิดพลาดจากวิธีที่หนึ่ง ไม่สิถ้าความไม่แน่นอนเป็นสิ่งที่กำกับทุกอย่างจะมีประโยชน์อะไรที่จะแก้ไขในสิ่งที่คิดว่ามันเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว"
"ทุกอย่างมีสิ่งหนึ่งควบคุมไว้ ทั้ง มนุษย์ สัตว์ เทวดา นางฟ้า ขัดขืนไม่ได้ แต่ว่าจะนิ่งดูดายมองทุกอย่างหายไปแบบนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ยังมีกิเลสไม่อาจจะปล่อยวางจะกระทำได้ แน่นอนฉันจะบอกว่าฉันปล่อยว่างไม่ได้ที่จะให้เกิดสงคราม ฉันจะให้พลังที่มากพอสำหรับเด็กหนุ่มสาว แปดคน เพื่อปกป้องประเทศของเขา"
"พลังขนาดไหนกัน"
"มากพอที่จะปกป้องโลกของเขา จากพระเจ้าที่คิดจะทำลายพวกเขา เอาละสุ่มเด็กหนุ่มสาวในประเทศนี้มาแปดคน"


นั้นเป็นคำสั่งของเทพธิดาผมเงิน ในความเห็นของ Yggdrasil การสุ่มแบบนี้ยอมรับไม้ได้ แต่หากทุกสิ่งทุกอย่าง เคลื่อนไหวไปตามสิ่งที่เทพธิดาผมเงินพูดนั้นคงเป็นสิ่งที่เรียกว่า "กฎแห่งกรรม" เด็กหนุ่มสาวทั้ง แปดคนถูกเลือกออกมาแล้ว เทพธิดาจัดการรวบรวมเด็กทั้งแปดคนไปในสถานที่แห่งหนึ่ง และมอบดาบทั้งแปดให้ทั้งหมดเลือก ทั้งหมดก่อการปฎิวัติขึ้น เหตุผมเพื่อควบคุมอำนาจทั้งหมดในการต่อกรกับประเทศมหาอำนาจที่คิดจะใช้กำลังทหารยึกประเทศของพวกเค้าเป็นแห่งอาหารในผลิตอาหารป้อนประเทศตนที่กำลังอยู่ในสภาวะขาดอาหาร การต่อสู้ยาวนานกว่าหนึ่งสัปดาห์จบลงโดยที่ประเทศมหาอำนาจพบแต่ความสูญเสียและคิดได้แล้วว่า ทุกสิ่งที่ทำลงไปกลับให้ผมตอบแทนที่ว่างเปล่า และสงครามครั้งนั้นทำให้เกิดการปกครองแบบพิเศษขึ้นกับประเทศ มีสภานักเรียนถูกกอตั้งขึ้นในประเทศนี้เพื่อ ป้องกันการใช้ทรัพยากรณ์ธรรมชาติทั้งหมดในประเทศ ให้อยู่ไปถึงรุ่นต่อไป...

ดาบทั้งแปดมีชื่อดังต่อไปนี้
ดาบแห่งแสงสว่าง วิชชุวิญญู
ดาบแห่งความมืด มายาราตรี
ดาบแห่งธาตุดิน ปฐวีตรีคูณ
ดาบแห่งธาตุน้ำ พินทุพิรุณ
ดาบแห่งธาตุลม วาโยวิจิต
ดาบแห่งธาตุไฟ อัคคีวิสุทธ์
ดาบแห่งธาตุไม้ พนาลีพละ
ดาบแห่งธาตุเหล็ก ศตะโลหะ

วิชชุวิญญูมั่นแสงสาดลั่นสะเทือนพล


สยบโกฏิแสนยากรยึดถือซึ่งปณีธาน


มายาราตรีลวงซึ่งเย้ายวนปณีธาน


ความมืดดั่งสายธาน พัดพาจิตดับไร้แสง

ปฐวีตรีคูณ ไร้ซึ่งมูลราคาแพง


พลังแห่งดินแดงทำลายซึ่งทุกศาตรา

พุนทุพิรุณน้ำ ดาบหยาดนำดับจิตมาร

พลังจุติการ ผู้ยึดถือซึ่งน้ำใจ

วาโยวิจิตลม สร้างสรรค์คมลมตัดใจ

จิตดาบมีจิตใจปกป้องซึ่งผู้เป็นนาย

อักคีวิสุทธ์แค้น มิดับแค้นมิกลับกลาย

เปลวไฟเผาจิตกายศัตรูดับไร้วิญญาณ

พนาลีพละชัยชนะปลุกวิญญาณ

จิตป่าดิรัจฉานพาแสนยานุภาพดับ

ศตะโลหะธาตุนับร้อยธาตุร่วมกำกับ

จุติเพื่อจะดับ ความโอหังของจิตคน

อ่านเอาเพลินๆนะคุณสมบัติของดาบแต่ละเล่ม คนเขียนไม่ใช่นักเลงกลอนเสียด้วยสิ อ่านไปสะดุดบ้างไม่เพลินตาต้องขออภัย



ณัฐพล พรหมบุตร
View full profile