ใครรู้จัก Shakri หรือเคยอ่านนิยายของเธอบางไหม งานของเธอมีตีพิมพ์ออกมานะ เข้าไปอ่านโฆษณาที่ Bolg ของเธอได้ ลำนำแห่งห้วงธารามีหน้าปกของนิยายเธอพร้อมนายแบบสุดหล่อคู่กันอยู่
ที่ขึ้นต้นเรื่องของ Shakri เพราะว่าเธอได้แสดงความคิดเห็นเรื่องของการเขียนนิยายไว้ ผมจะตัดบางส่วนใน Board pocket มาให้อ่านนิด กระทู้ P06303
"คงเพราะคนเขียน ก็คิด และเขียนอย่างจริงจังด้วยมังคะ...ไม่ได้ว่าคนอื่นไม่จริงจนะงเพียงแต่มุมมองที่มีต่อคุณค่าของนิยายและงานวรรณกรรมของเรามันต่างกันก็เท่านั้นเอง เพาะส่วนตัวคิดว่าจะยึดสิ่งนี้หาเลี้ยงชีพด้วย เลยคิดว่าคนเขียนนิยายเขียนแล้วต้องคิดด้วยว่าเมื่อเวลาผ่านไป นิยายที่เราเหลือไว้ มันจะทำอะไรให้คนอื่นๆได้อีกบ้าง...เขียนด้วยความรับผิดชอบ ด้วยสมอง และด้วยใจ อย่าสักแต่ว่าเขียนตามกระแส....คิดอย่างนี้จริงๆนะ - -" เขียนอะไรที่มันเป็นตัวเรา อย่าเขียนในสิ่งที่มันไม่ใช่ คนเรามันฝืนมันหลอกตัวเองได้ไม่นาน และไม่มีทางที่จะได้งานดีหรอก...ดูๆไป เหมือนดูถูกคนอ่านด้วย...ไม่รู้ว่าเราคิดมากไปรึเปล่านะคะ ^^"
"เนื้อหาเจาะกลุ่มคนอ่านค่ะ ^^ ขอแค่รักการอ่าน จะอายุเท่าไหร่ก็อ่านไปเถอะ จะวัยรุ่น หรือวัยรุ่นดึก ถ้าอ่านแล้วมีความสุขกับนิยายของเรา ได้ในสิ่งที่เราต้องการให้ หรือไม่ต้องการให้ แต่เขาค้นเจอเอง แค่นี้เราก็พอใจแล้ว เขียนแล้วก็อยาก "ให้" อะไรคนอ่านมากกว่าความสนุก เพราะคิดเสมอว่านิยายที่ดี ไม่ได้มีค่าแค่เป็นแบบฝึกหัดการสะกดคำหรือแบบฝึกหัดการอ่าน แต่ต้องต่อยอดความคิดคนได้ด้วย(พูดเรื่องหนักๆแฮะ - -") "
เป็นอะไรที่อ่านแล้วต้องกลับมาถามตัวเอง ข้อแรก "คิดและเขียนอย่างจริงจังไหม" ความรู้สึกอ่านครั้งแรกนี้รู้สึกเลยว่ากำลังโดนท้าวเอวชี้นิ้วถาม ด้วยคำถามนี้ละ ตัวเองว่าจริงจังมากเลยนะในการเขียน เขียนด้วยความรู้สึกว่า อยากอ่านเรื่องแบบนี้ จึงเขียนเรื่องแบบนี้ สูงสุดคือมีงานรวมเล่ม คือ อยากให้มีคนยอมรับมันว่าเป็นเรื่องที่สนุก พยายามพัฒนางานของตัวเองเรื่อยมา อ่านแล้วก็รู้สึกว่ามันดีนะ อาจจะเป็นแค่ ภาพลวงตาของความสำเร็จ เวลาเขียนจบในแต่ละตอน
"เวลาผ่านไปนิยายของเราจะเหลืออะไรบ้าง" เป็นอีกคำถามหนึ่งที่อ่านแล้วต้องย้อนมาคิด เรื่องที่เขียนผ่านมาก็เหมือนขั้นบันได้ที่ทำให้ก้าวได้สูงขึ้น ในระดับของตัวเองที่ยังเขียนงานได้ห่วยกว่าเส้นขั้นของคำว่านักเขียนมืออาชีพมากนักยังคงมองไปข้างหน้าว่าจะทำอย่างไรให้สามารถเขียนได้ดีขึ้น ส่วนจะหวังให้งานเขียนของตัวเองอยู่เป็นอมตะ ไม่เคยคิดฝันในตอนนี้ เวลานี้ขอเพียงให้คนอ่านรู้สึกสนุกกับมันได้ผมก็ถือว่าทำหน้าที่เสร็จแล้ว
"ฝืนเขียน เขียนตามกระแส" ฝืนเขียนคงไม่มีใครทนเขียนได้นาน คิดว่าแบบนั้นนะ ยิ่งเขียนตามกระแสยิ่งไปกันใหญ่ เอาว่าข้อนี้สบายใจหน่อยที่สามารถตอบตัวเองว่า ยังมีความเป็นตัวของตัวเองอยู่
"ใครๆก็อ่านนิยายของเราได้เหรอ" คงจะไม่ได้แน่นอน แฮะ ยังไงก็มีกลุ่มเป้าหมายที่เด็กมัธยมถึงมหาวิทยาลัยหรือวัยทำงานที่ยังไม่ลืมเรื่องของวัยรุ่น ให้เด็กกว่านี้หรือผู้ใหญ่มาอ่าน ก็คงไม่สามารถเข้าใจหรือสนุกกับมันได้
"เรื่องของเราให้อะไรกับคนอ่านได้ไหม" ตอนนี้ขอให้แค่อ่านสนุกก็พอ ตัวตนของผมมันแฝงอยู่ในงานอยู่แล้วคนอ่านจะพบหรือไม่พบไม่ใช่เรื่องที่จะจริงจังกับมัน ตอนนี้อยากกำกับอารมณ์คนอ่านมากกว่า
สุดท้ายก็มีกำแพงตกลงมาอีกแล้ว ต้องทุบต้องปีนกันอีกนานกว่าจะไปถึงปลายทาง แม้ว่าผมเขียนนิยายเริ่มต้อนเพราะมองว่าเป็นแบบฝึกหัดสะกดคำ อ่านเพราะเป็นแบบฝึกหัดการอ่าน